ดัดฟันบางนา : เหงือกร่น สาเหตุ การรักษา และการป้องกันอย่างถูกวิธี

ดัดฟันบางนา : เหงือกร่น สาเหตุ การรักษา และการป้องกันอย่างถูกวิธี เหงือกร่น คือการที่เนื้อเยื่อขอบเหงือกรอบๆ ฟันร่นออกไปจนเห็นเนื้อฟันหรือรากฟันมากขึ้น เกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งบริเวณนี้จะกลายเป็นแหล่งสะสมของคราบสกปรกและแบคทีเรียต่างๆ หากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นทำให้ต้องสูญเสียฟันไป

เหงือกร่นมีอาการอย่างไรบ้าง?
ผู้ที่มีอาการเหงือกร่นบางรายอาจไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็น เนื่องจากไม่มีอาการบ่งบอกอย่างชัดเจน โดยอาการมักเริ่มจากเสียวฟันเวลาดื่มของร้อนหรือของเย็น ส่วนในรายที่มีอาการชัดเจน เมื่อส่องกระจกดูภายในปากตัวเองจะพบว่าเหงือกร่นลงไปจนซี่ฟันดูยาวขึ้น ทำให้เนื้อฟันที่เดิมเคยอยู่ใต้เหงือกโผล่ออกมาอย่างชัดเจนจนสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้โดยตรง สิ่งที่ตามมาก็คือการเกิดคราบหินปูนที่เนื้อฟัน ซึ่งเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อโรค เมื่อไม่รีบรักษาจะทำให้โครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อที่รองรับฟันเสียหาย ส่งผลให้ฟันหลุดร่วงไปในที่สุด

สาเหตุของการเกิดเหงือกร่น
เหงือกร่นเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่น

การแปรงฟันผิดวิธี การแปรงฟันด้วยการถูไปมาในแนวนอนสามารถทำให้เหงือกร่นและคอฟันสึกได้ โดยอาการเหงือกร่นที่เกิดจากการแปรงฟันมักเกิดขึ้นบริเวณฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อย และฟันกรามตรงกระพุ้งแก้ม

โรคปริทันต์อักเสบ เป็นโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้เหงือกอักเสบ โรคนี้ถือเป็นสาเหตุหลักของอาการเหงือกร่นเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกที่รองรับฟันเสียหาย เหงือกร่น และตามมาด้วยฟันหลุดร่วง

การขาดสุขอนามัยในการดูแลฟัน เช่น แปรงฟันไม่บ่อยเท่าที่ควร ไม่ใช้ไหมขัดฟัน และไม่ไปตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เหล่านี้อาจทำให้เกิดคราบหินปูน โรคเหงือกอักเสบ เหงือกร่น หรือปัญหาสุขภาพในช่องปากและฟันอื่นๆ ได้
การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพปากและฟัน ทำให้เกิดคราบที่ฟัน เหงือกอักเสบ และเหงือกร่นได้
พันธุกรรม งานวิจัยชี้ว่าประมาณร้อยละ 30 อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกมากกว่าคนอื่น แม้ว่าจะดูแลสุขภาพปากและฟันเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ ในวัยเจริญพันธ์ุ หรือในช่วงวัยทอง สามารถส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่นได้
การมีฟันเกหรือฟันซ้อน ฟันที่เรียงตัวไม่สม่ำเสมออาจเป็นสาเหตุให้เกิดแรงตึงบนเหงือกและกระดูกฟันจนส่งผลให้เหงือกร่น
การเจาะริมฝีปากหรือลิ้น อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเหงือกและทำให้เหงือกร่นได้เช่นกัน

เหงือกร่น รักษาได้อย่างไร?
ทันตแพทย์จะรักษาอาการเหงือกร่นตามสาเหตุ รวมถึงการทำความสะอาดคราบหินปูนบนฟันและผิวรากฟันใต้เหงือก พร้อมกับทำให้ผิวรากฟันที่โผล่ขึ้นมาเรียบกว่าเดิม เพื่อที่แบคทีเรียจะได้เกาะตัวได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดแบคทีเรียอันตรายที่ยังหลงเหลืออยู่ด้วย ซึ่งหากมีอาการไม่รุนแรง ไม่นานเหงือกก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม

ในกรณีที่ยังคงมีเหงือกร่นเหมือนเดิม แม้จะรักษาที่ต้นเหตุไปแล้ว หรือกรณีที่ไม่อาจทำความสะอาดคราบหินปูนได้ เนื่องจากกระดูกและเบ้าฟันที่เสียหายนั้นอยู่ลึกมาก ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเหงือกบริเวณที่มีปัญหาโดยใช้เนื้อเยื่อจากส่วนอื่นๆ ภายในช่องปาก หรือการซ่อมแซมกระดูกรองรับฟันที่เสียหายโดยใช้เนื้อเยื่อปลูกถ่ายหรือเยื่อบุผิวเหงือก

การป้องกันอาการเหงือกร่น
การดูแลรักษาสุขภาพปากและฟันให้ดีอยู่เสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับช่องปากทั้งหลาย ซึ่งรวมถึงอาการเหงือกร่นด้วย สามารถทำได้ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

แปรงฟันอย่างถูกวิธี
ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน ถ้าเป็นไปได้ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
ใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน
ก่อนแปรงฟันและหลังแปรงฟันเสร็จควรล้างแปรงสีฟันให้สะอาดทุกครั้ง
การใช้น้ำยาบ้วนปากควรทำก่อนแปรงฟันหรือหลังรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อช่วยชำระเศษอาหาร ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือบ้วนปากแรงๆ หลังแปรงฟัน เพราะจะทำให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันฟันหลุดออกไป
ทันตแพทย์แนะนำให้บีบยาสีฟันเท่าเม็ดถั่วเขียวก็เพียงพอ การใช้ยาสีฟันมากๆ ไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดมากขึ้นแต่อย่างใด
จับแปรงสีฟันให้ทำมุม 45 องศา และแปรงในลักษณะหมุนวนเป็นวงกลมอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เหงือกอักเสบ จากนั้นจึงแปรงปัดขึ้นปัดลงให้ทั่วทั้งด้านใน ด้านนอก และส่วนที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร
สามารถแปรงฟันซ้ำอีกรอบได้หากรู้สึกว่าฟันยังไม่สะอาดพอ